แหล่งความรู้

โรคซึมเศร้าในผู้สูงวัยเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามต้องระวัง

ความเจ็บป่วยทางจิตเวชซึ่งเกิดความผิดปกติของสมอง ส่งผลกระทบต่อความนึกคิดอารมณ์ ความรู้กสึก พฤติกรรม รวมถึงสุขภาพร่างกาย คนส่วนใหญ่มักคิดว่าโรคซึมเศร้าหายเองได้ แต่ความจริงต้องอาศัยการบำบัดรักษาทางจิตเวชอย่างจริงจัง
สำหรับวัยสูงอายุ เป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงมาก ทั้งร่ายกาย จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม เป็นวัยบั้นปลายของชีวิต ภาวะซึมเศร้า จะทำให้โรคทางกายที่เป็นอยู่มีอาการมากขึ้น หรือทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น สำหรับโรคนี้อาจจะไม่ได้มีการแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งต้องอาศัยการสังเกตหรือพูดคุยกับ ผู้ที่คาดว่ามีอาการของโรคจึงจะพอทราบได้ว่ามีอาการของโรคนี้หรือไม่
โดยข้อมูลของกรมสุขภาพจิต คนไทยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากว่า 1.5 ล้านคน โดยเป็นวัยทำงานกว่า 62% ตามมาด้วย วัยชรา คือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 26.5%

ทางกายบางอย่างมักเกิดในผู้สูงอายุ เช่น ภาวะสมองเสื่อม หลอดเลือดสมองอุดตัน โรคพาร์กินสัน โรคต่อมธัยรอยด์ มะเร็งของตับอ่อน เป็นต้น ยาที่ใช้เพื่อรักษาโรคต่างๆมีการขาดหรือลดน้อยลง ของสารสื่อประสาทบางชนิดในสมอง สำหรับด้านจิตใจเช่น การสูญเสียคนที่รัก เป็นโรคทางร่างกายที่ร้ายแรง ปัญหาด้านการเงิน การดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว และคนรอบข้าง
การรักษาหลักของโรคซึมเศร้าคือ การพูดคุยให้คำปรึกษา การทำจิตบำบัดและการใช้ยากลุ่มต้านเศร้า ผู้ป่วยทีมีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถดีขึ้นได้จนสามารถทำงานและดำรงชีวิตได้อย่างปกติหากได้รับการรักษาที่เหมาะสม
โดยโรคนี้จะต้องอาศัยคนรอบข้างที่ต้องเข้าใจผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้นอาจจะมีอารมณ์ ที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายหาก ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมก็จะกลับมาเป็นคนที่มีอารมณ์มั่นคง พร้อมทำกิจวัตรต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิม และอย่าเพิกเฉย ถ้าคนข้างกายของเราพูดถึงเรื่องการตายหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่เด็ดขาด ควรรีบแจ้งแพทย์หรือนักบำบัดทางจิตทันที

ข้อมูลจาก samitivejhospitals


ข้อมูลจาก samitivejhospitals

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *