แหล่งความรู้

เตรียมตัวสำหรับรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

หลักฐานในการลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

      1. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่มีรูปถ่าย 
      2. ทะเบียนบ้านตัวจริง
      3. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารตัวจริงพร้อมสำเนา (สำหรับผู้ขอรับเงินผ่านธนาคาร)  

      แต่หากผู้สูงอายุไม่สามารถมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นมายื่นคำขอรับเงินแทนได้ โดยต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้  

      1. หนังสือมอบอำนาจ (แบบฟอร์มมอบอำนาจขึ้นอยู่กับการดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง) 
      2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ 
      3. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ 

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ได้เงินเท่าไหร่

      การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบัน จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นรายเดือนต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตลอดชีวิต โดยเป็นอัตราเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดตามช่วงอายุ ดังนี้  

      - อายุ 60-69 ปี ได้รับเงิน 600 บาท/เดือน   

      - อายุ 70-79 ปี ได้รับเงิน 700 บาท/เดือน   

      - อายุ 80-89 ปี ได้รับเงิน 800 บาท/เดือน   

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รับเงินได้ทางไหนบ้าง

      ผู้สูงอายุที่มีสิทธิ์สามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินเบี้ยยังชีพผ่านทางช่องทางไหนได้ตามนี้ 

      1. รับเป็นเงินสดด้วยตนเอง  

      2. ให้ผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจรับแทน  

      3. โอนเข้าบัญชีธนาคารในนามของผู้สูงอายุ

      4. โอนเข้าบัญชีธนาคารในนามของผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้สูงอายุ 

      ทั้งนี้ จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านบัญชีธนาคาร ปัจจุบันยังให้สิทธิ์เฉพาะสูงอายุในเขตกรุงเทพฯ 

      สำหรับผู้สูงอายุท่านใดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และมีความประสงค์จะรับสวัสดิการเบี้ยยังชีพ ก็อย่าลืมไปขึ้นทะเบียนกันให้เรียบร้อยกันได้เลย ส่วนใครที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ เฟซบุ๊ก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
      - อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเงิน 1,000 บาท/เดือน  
ข้อมูลจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *